วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ส. กรณีสถานประกอบการขนส่งสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์

       วิธีปฏิบัติตาม ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่อง กำหนดมาตรการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ ลงวันที่ 9  มีนาคม 2565 ในกรณี “สถานที่หรือที่เก็บสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งใช้ประกอบกิจการขนส่งสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์” มีรายละเอียดที่จะต้องปฏิบัติ กล่าวคือ

        # ให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการ ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
           (1) ควบคุม สอดส่อง และดูแล ไม่ให้พนักงานของสถานประกอบการหรือบุคคลภายนอกกระทำการหรือมั่วสุมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในหรือบริเวณสถานประกอบการ
           (2) พิจารณาคัดเลือกบุคลากรที่ไม่มีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเข้าเป็นพนักงาน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้เสพยาเสพติดซึ่งได้รับการบำบัดการติดยาเสพติดและฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ติดยาเสพติดให้กลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว และจัดอบรมพนักงานของตนให้มีความเข้าใจในการป้องกันการใช้ยาเสพติดอย่างสม่ำเสมอ
          (3) จัดทำบันทึกประวัติของพนักงานไว้ประจำสถานประกอบการ โดยบันทึกประวัตินี้อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อและนามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ และภูมิลำเนาของพนักงาน
          (4) ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการแจ้ง เมื่อพบว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือให้ข้อมูล ข่าวสารหรือพฤติการณ์ต่าง ๆ ของบุคคลซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยหรือควรเชื่อได้ว่าจะกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการของตน และอำนวยความสะดวกในการตรวจหรือทดสอบหาสารเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด

       # ให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการ ปฏิบัติดังต่อไปนี้
          (1) เมื่อรับมอบสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์จากผู้ส่งหรือผู้ฝาก แล้วแต่กรณี ให้จัดทำบันทึกรายละเอียดชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขหนังสือเดินทางของผู้ส่งหรือผู้ฝากนั้นรวมทั้งบันทึกรายละเอียดของผู้รับสิ่งของหรือผู้รับแทนในทำนองเดียวกันด้วยเมื่อได้มีการส่งมอบสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์นั้น การบันทึกอาจจัดทำเป็นเอกสารหรือข้อมูลในระบบสารสนเทศ หรือวิธีการอื่นใดที่สามารถให้ข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลได้ ในกรณีได้จัดทำใบกำกับของหรือใบตราส่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้ถือเป็นสาระสำคัญส่วนหนึ่งของบันทึกดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ให้จัดเก็บไว้เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 180 วัน นับแต่วันที่ได้จัดทำบันทึก
         (2) ในกรณีพบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามียาเสพติดซุกซ่อนในสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์ในหรือบริเวณสถานประกอบการซึ่งอยู่ในความดูแล ให้แจ้งเหตุโดยเร็วที่สุดและหากพบยาเสพติดให้จัดส่งบันทึกตามที่กำหนดไว้ใน (1) ต่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ภายใน 15 วัน นับแต่ได้ทราบถึงเหตุนั้น

        # ให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำป้ายหรือประกาศเตือนเกี่ยวกับพิษภัยหรืออัตราโทษตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ให้แจ้งข้อความให้ผู้ส่งหรือผู้ฝากสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์และผู้รับสิ่งของดังกล่าวทราบว่ายาเสพติดเป็นสิ่งของผิดกฎหมายและต้องห้ามในการขนส่งโดยเด็ดขาด สิ่งของที่เกี่ยวข้องอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมายได้ โดยปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
         (1) ปิดประกาศซึ่งข้อความดังกล่าวในบริเวณสถานที่หรือที่เก็บสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์ซึ่งใช้ประกอบกิจการขนส่งสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์ หรือ
         (2) พิมพ์หรือประทับข้อความดังกล่าวบนใบกำกับของหรือใบตราส่งหรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

        # ในกรณีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการใด ให้จัดทำบันทึกรายงานพร้อมความเห็นเสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาภายใน 5 วันนับแต่วันที่ตรวจพบ เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนให้จัดทำบันทึกรายงานพร้อมความเห็นเสนอต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อพิจารณาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ตรวจพบ เมื่อคณะอนุกรรมการได้รับบันทึกรายงาน ว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ หากคณะอนุกรรมการโดยมติเสียงข้างมากเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ ก็ให้ทำรายงานและความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ส. เพื่อพิจารณาว่าควรมีคำสั่งปิดชั่วคราวหรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการของสถานประกอบการนั้นต่อไป 

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ช่วยเหลือและให้ความสะดวกในการจำหน่าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18982/2555
ป.อ. ม. 86
พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 15 วรรคหนึ่ง, ม. 66 วรรคสอง
                จำเลยนั่งรถยนต์ที่มี ร. เป็นผู้ขับ เพื่อส่งเมทแอมเฟตามีนให้สายลับ เมื่อถึงจุดนัดหมาย ร. จอดรถสายลับเดินไปทางด้านซ้ายของรถที่จำเลยนั่งอยู่แล้ว ร้อยตำรวจเอก ส. พยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า เห็นสายลับเดินไปที่รถยนต์เก๋งทางด้านซ้ายที่จำเลยนั่งแล้วกระจกรถด้านซ้ายลดลง สายลับพูดคุยกับคนในรถแล้วคนในรถส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ และสายลับส่งธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อให้แก่คนในรถ 
                การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง หากจำเลยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีน ร. ย่อมไม่กล้ากระทำโดยเปิดเผยให้จำเลยได้รู้เห็น ประกอบกับในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับว่า ร. ได้ชวนจำเลยให้นั่งรถมาเป็นเพื่อนโดยบอกว่าจะเอาเมทแอมเฟตามีนไปส่งให้แก่ลูกค้า แสดงว่าจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่า ร. จะนำเมทแอมเฟตามีนมาส่งให้แก่สายลับ  หากจำเลยมิได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้อง สายลับก็ต้องเดินไปหา ร. ซึ่งเป็นคนขับ ตามพฤติการณ์บ่งชี้ว่า จำเลยรู้เห็นในการจำหน่ายและได้ช่วยเหลือในการส่งมอบเมทแอมเฟตามีน จนทำให้การซื้อขายเป็นผลสำเร็จ อันถือได้ว่าจำเลยช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ ร. ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน

วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2566

ขับรถเสพเมทแอมเฟตามีน

คำพิพากษาฎีกาที่ 3248/2565

               พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 7 กำหนดให้บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่อ้างถึงบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ให้ถือว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นอ้างบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ในมาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน 
               เมื่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 157/1 วรรคสอง และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 127 ทวิ วรรคสอง อ้างถึง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91 จึงถือว่าอ้างถึงประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 162 ด้วย อันเป็นบทกำหนดความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในการเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีน ซึ่งต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ อีกหนึ่งในสาม ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง และมาตรา 225 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3


หมายเหตุ - พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 157/1 วรรคสอง บัญญัติว่า "ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท อีกหนึ่งในสาม และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้น มีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่"