วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ช่วยเหลือและให้ความสะดวกในการจำหน่าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18982/2555
ป.อ. ม. 86
พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 15 วรรคหนึ่ง, ม. 66 วรรคสอง
                จำเลยนั่งรถยนต์ที่มี ร. เป็นผู้ขับ เพื่อส่งเมทแอมเฟตามีนให้สายลับ เมื่อถึงจุดนัดหมาย ร. จอดรถสายลับเดินไปทางด้านซ้ายของรถที่จำเลยนั่งอยู่แล้ว ร้อยตำรวจเอก ส. พยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า เห็นสายลับเดินไปที่รถยนต์เก๋งทางด้านซ้ายที่จำเลยนั่งแล้วกระจกรถด้านซ้ายลดลง สายลับพูดคุยกับคนในรถแล้วคนในรถส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ และสายลับส่งธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อให้แก่คนในรถ 
                การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง หากจำเลยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีน ร. ย่อมไม่กล้ากระทำโดยเปิดเผยให้จำเลยได้รู้เห็น ประกอบกับในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับว่า ร. ได้ชวนจำเลยให้นั่งรถมาเป็นเพื่อนโดยบอกว่าจะเอาเมทแอมเฟตามีนไปส่งให้แก่ลูกค้า แสดงว่าจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่า ร. จะนำเมทแอมเฟตามีนมาส่งให้แก่สายลับ  หากจำเลยมิได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้อง สายลับก็ต้องเดินไปหา ร. ซึ่งเป็นคนขับ ตามพฤติการณ์บ่งชี้ว่า จำเลยรู้เห็นในการจำหน่ายและได้ช่วยเหลือในการส่งมอบเมทแอมเฟตามีน จนทำให้การซื้อขายเป็นผลสำเร็จ อันถือได้ว่าจำเลยช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ ร. ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน

วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2566

ขับรถเสพเมทแอมเฟตามีน

คำพิพากษาฎีกาที่ 3248/2565

               พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 7 กำหนดให้บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่อ้างถึงบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ให้ถือว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นอ้างบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ในมาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน 
               เมื่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 157/1 วรรคสอง และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 127 ทวิ วรรคสอง อ้างถึง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91 จึงถือว่าอ้างถึงประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 162 ด้วย อันเป็นบทกำหนดความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในการเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีน ซึ่งต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ อีกหนึ่งในสาม ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง และมาตรา 225 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3


หมายเหตุ - พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 157/1 วรรคสอง บัญญัติว่า "ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท อีกหนึ่งในสาม และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้น มีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่"

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565

การจ่ายเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานยาเสพติด

การจ่ายเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานยาเสพติด

                ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับ เงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ และเงินช่วยเหลือในการปฏิบัติงานยาเสพติด พ.ศ. 2561 และแก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับ เงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ และเงินช่วยเหลือในการปฏิบัติงานยาเสพติด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563  ซึ่งในบทความนี้ขอสรุปสาระสำคัญ เฉพาะฉบับที่ 2 กับฉบับที่ 3  ดังนี้
               ข้อ 2  ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 
               ข้อ 3  กำหนดบทนิยามคำว่า "เงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่" หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่เจ้าพนักงานผู้สืบสวนจับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือตรวจยึดยาเสพติด รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินการจนนำไปสู่การจับกุมหรือตรวจยึดยาเสพติด โดยเป็นข้าราชการตำรวจตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบเท่าลงมา ข้าราชการทหารตำแหน่งรองผู้บังคับการกรมหรือเทียบเท่าลงมา ข้าราชการพลเรือนระดับชำนาญการพิเศษหรือเทียบเท่าลงมา ซึ่งได้ลงลายมือชื่อในบันทึกจับกุมหรือตรวจยึดยาเสพติด และให้หมายความรวมถึง เจ้าพนักงานผู้สืบสวนจับกุมหรือพนักงานสอบสวน ที่สามารถสืบสวนสอบสวนขยายผลจนจับกุมผู้ต้องหาความผิดได้เพิ่มขึ้น  <*เห็นว่า ผู้จับกุมที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อในบันทึกจะไม่ได้รับ ส่วนพนักงานผู้สืบสวนจับกุมกับพนักงานสอบสวนจะได้รับก็ต่อเมื่อเป็นการขยายผลจนจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มขึ้น>
               ข้อ 4  เพิ่มบทนิยามคำว่า "การขยายผล" หมายความว่า การสืบสวน หรือสอบสวนขยายผลจากคดียาเสพติดที่มีหรือเคยมีของเจ้าหน้าที่จนกระทั่งล่วงรู้ถึงและนำไปสู่การจับกุมเจ้าของยาเสพติด ผู้ร่วมกระทำความผิด ผู้สั่งการ หรือนายทุนในคดียาเสพติดรายสำคัญ  <*เห็นว่า การขยายผล เริ่มต้นจากคดียาเสพติดที่มีอยู่แล้ว พนักงานสอบสวนกับพนักงานสืบสวนได้รับคดีนี้มาทำจนจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มขึ้น>
                         "คดียาเสพติดรายสำคัญ" สรุปได้ว่า มีลักษณะการกระทำผิดอยู่ 6 ประเภท 
               ข้อ 5  ยกเลิกข้อ 16 แห่งระเบียบเดิม (กรณีกัญชา) 
               ข้อ 6  แก้ไขข้อ 18 แห่งระเบียบเดิม กำหนดเงินค่าตอบแทนเป็นร้อยละของจำนวนเงินที่คำนวณได้จากปริมาณยาเสพติด (ถูกแก้ไขโดยฉบับที่ 3 แล้ว) 
               ข้อ 7  แก้ไขวรรคสองของ (1) ของข้อ 19 แห่งระเบียบเดิมว่า "ทั้งนี้ ให้จ่ายเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ แก่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี โดยให้นับเป็นเจ้าพนักงานผู้สืบสวนจับกุมหนึ่งคน ไม่ว่าจะมีพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีกี่คนก็ตาม เมื่อสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มขึ้นจากคดีแรก"  <*เห็นว่าเมื่อพนักงานสอบสวนกับเจ้าพนักงานผู้สืบสวนได้ดำเนินการขยายผลจนออกหมายจับแล้วจะต้องจับกุมผู้ต้องหาให้เพิ่มขึ้นด้วยจึงจะได้เงินค่าตอบแทน>
               ข้อ 8  เพิ่มข้อ 19/1 กรณีมีการขยายผลและแบ่งเงินค่าตอบแทน (ถูกแก้ไขโดยฉบับที่ 3 แล้ว) 
               ข้อ 9  กรณีจำหน่ายยาเสพติดให้แก่เด็กหรือเยาวชนในหมู่บ้าน ชุมชน ให้จ่ายค่าตอบแทนเพิ่มอีกคดีหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท 
               ข้อ 10 - ข้อ 14  เป็นรายละเอียดเพิ่มเติมในการขอรับเงินค่าตอบแทนในคดียาเสพติด

               ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับ เงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ และเงินช่วยเหลือในการปฏิบัติงานยาเสพติด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2564  สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ 
               ข้อ 1  ชื่อระเบียบฯ  
               ข้อ 2  มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มีผลตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2564) 
               ข้อ 3  แก้ไขบทนิยาม "คดียาเสพติดรายสำคัญ" สรุปว่า ได้แก่ ฐานผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจะต้องมีพฤติการณ์ เป็นคดีที่เลขาธิการ ป.ป.ส. มีคำสั่งอนุมัติให้จับกุมข้อหาสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ หรือพยายามกระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและนำไปสู่การขยายผลริบทรัพย์สินตามที่เลขาธิการ ป.ป.ส. มีคำสั่งโดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท หรือ เป็นคดีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 
               ข้อ 4  แก้ไขข้อ 18 แห่งระเบียบเดิม สรุปได้ว่า ให้จ่ายเงินค่าตอบแทนเป็นร้อยละของจำนวนเงินที่คำนวณได้จากปริมาณยาเสพติด เมื่อเจ้าพนักงานได้ดำเนินคดีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้  
                         (1)  คดีที่ยึดได้แต่ยาเสพติด จะจ่ายค่าตอบแทนต่อเมื่อศาลออกหมายจับ และเลขาธิการ ป.ป.ส. มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท โดยให้จ่ายเงินค่าตอบแทนร้อยละ 50 
                                ในกรณีตามวรรคหนึ่ง หากสามารถขยายผลได้ ให้จ่ายเงินค่าตอบแทน สรุปได้ดังนี้  
                                (ก) ขยายผลไปจับกุมเจ้าของยาเสพติด หรือผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่น ๆ ให้จ่ายเงินอีกร้อยละ 25 เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้อง 
                                (ข) ขยายผลไปจับกุมเครือข่ายยาเสพติดเป็นคดียาเสพติดรายสำคัญคดีใหม่ ให้จ่ายเงินอีกร้อยละ 25 เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้อง 
                         (2)  คดีที่ยึดยาเสพติดและจับกุมผู้ต้องหาได้ ให้จ่ายเงินค่าตอบแทนร้อยละ 50 เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้อง แต่ถ้าสั่งไม่ฟ้อง ให้จ่ายเงินค่าตอบแทนร้อยละ 25 
                                ในกรณีตามวรรคหนึ่ง หากสามารถขยายผลได้ ให้จ่ายเงินค่าตอบแทน สรุปได้ดังนี้ 
                                (ก) ขยายผลไปจับกุมเจ้าของยาเสพติดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่น ๆ ให้จ่ายเงินอีกร้อยละ 25 เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้อง  
                                (ข) ขยายผลไปจับกุมเครือข่ายยาเสพติดเป็นคดียาเสพติดรายสำคัญคดีใหม่ ให้จ่ายเงินอีกร้อยละ 25 เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้อง 
                               ทั้งนี้ กรณีตาม (1) วรรคหนึ่งและวรรคสอง (ก) และ (ข) หรือ (2) วรรคหนึ่งและวรรคสอง (ก) และ (ข) เมื่อรวมกันแล้วให้จ่ายเงินค่าตอบแทนได้ไม่เกินร้อยละ 100 
               ข้อ 5  แก้ไขเพิ่มเติมข้อ 19/1 แห่งระเบียบเดิม ในกรณีที่มีการขยายผลตามข้อ 18 (1) วรรคสอง (ก) หรือ (ข) หรือ ข้อ 18 (2) วรรคสอง (ก) หรือ (ข) ให้จ่ายเงินค่าตอบแทนแก่เจ้าพนักงานผู้สืบสวนจับกุมหรือพนักงานสอบสวนโดยแบ่งเท่า ๆ กันทุกคน  <*เห็นว่า พนักงานสอบสวนหรือผู้สืบสวนจับกุมจะไม่ได้รับเงินตามข้อ 18 (1) วรรคหนึ่ง และข้อ 18 (2) วรรคหนึ่ง ถ้าหากไม่มีการขยายผลจนจับกุมได้ตามเงื่อนไขดังกล่าว แต่ถ้าเข้าเงื่อนไข เงินตอบแทนเฉพาะส่วนนี้ให้แบ่งเท่ากันทุกคน> 
               ข้อ 6  แก้ไขเพิ่มเติมวรรคหนึ่งของข้อ 29 แห่งระเบียบเดิม สรุปได้ว่า การยื่นคำขอรับเงินค่าตอบแทนตามข้อ 18 ให้ยื่นภายในกำหนด 180 วัน นับแต่วันที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเกี่ยวกับคดี แต่หากเป็นกรณีศาลออกหมายจับผู้กระทำความผิดและเลขาธิการ ป.ป.ส. มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดฯ ให้ยื่นภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ศาลออกหมายจับผู้กระทำความผิดฯ และเลขาธิการ ป.ป.ส. มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินฯ
               ข้อ 7  คำขอรับเงินค่าตอบแทนที่ยื่นหรือดำเนินการไปแล้วก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้เป็นไปตามระเบียบเดิมก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

หมายเหตุ  <*เห็นว่า ...................>   คือ  ส่วนที่เป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการของผู้เขียนบทความเอง